เคยไหมที่เดินผ่านประตูบานหนึ่งในเกม เห็นไอเท็มอยู่บนที่สูง หรือพบช่องแคบที่น่าสงสัย แต่ทำอะไรกับมันไม่ได้ในตอนนั้น เกมไม่ได้กำลังแกล้งให้ผู้เล่นเสียเวลาเสมอไป เพราะจุดเหล่านี้มักเป็นสิ่งที่รอให้เรากลับมาเมื่อมีความสามารถใหม่ นี่คือจังหวะสำคัญที่ทำให้เกมแนว Metroidvania มีเสน่ห์ต่างจากเกมแอ็กชันที่พาเดินผ่านด่านไปทีละฉาก
หากสงสัยว่า เกม Metroidvania คืออะไร อธิบายแบบตรงไปตรงมาคือ เกมแอ็กชันผจญภัยที่ให้ผู้เล่นสำรวจแผนที่ซึ่งเชื่อมต่อถึงกัน แล้วค่อย ๆ เปิดพื้นที่เพิ่มจากการได้รับสกิล อาวุธ ไอเท็ม หรือเครื่องมือระหว่างเล่น ความคืบหน้าจึงไม่ได้วัดจากการไปถึงฉากถัดไปอย่างเดียว แต่รวมถึงการมองแผนที่เดิมออกมากขึ้นด้วย
แนวนี้เหมาะกับคนที่ชอบความรู้สึกตอนนึกออกว่า “ตรงนั้นที่เคยผ่าน น่าจะกลับไปได้แล้ว” การหาทางจึงคล้ายต่อภาพจิ๊กซอว์ทีละชิ้น ยิ่งตัวละครมีความสามารถมาก ทางเลือกในการเดินทางก็ยิ่งมากตามไปด้วย
หัวใจของเกม Metroidvania อยู่ที่แผนที่และการค้นพบ
แผนที่ของเกมแนวนี้มักแบ่งเป็นหลายพื้นที่ที่มีทางเชื่อมถึงกัน อาจเป็นประตู ทางลาด ห้องลับ หรือเส้นทางที่วกกลับไปยังจุดเดิม ช่วงแรกผู้เล่นจะเข้าถึงได้เพียงส่วนหนึ่ง ขณะที่อีกหลายจุดถูกขวางไว้ด้วยอุปสรรค เช่น อยู่สูงเกินกระโดดถึง มีช่องที่ลอดไม่ได้ หรือมีสิ่งกีดขวางซึ่งต้องใช้ความสามารถเฉพาะจัดการ
จุดสำคัญคืออุปสรรคเหล่านี้ไม่ได้มีไว้บังคับให้หยุดเล่น แต่ทำหน้าที่ชวนให้จดจำพื้นที่ไว้ก่อน เมื่อได้รับสกิลที่เหมาะสมในภายหลัง ผู้เล่นจึงมีเหตุผลกลับไปตรวจสอบเส้นทางเดิมอีกครั้ง หลายครั้งรางวัลอาจเป็นทางลัด ไอเท็มอัปเกรด ของสะสม หรือทางไปยังพื้นที่ใหม่
เพราะเหตุนี้ แผนที่จึงไม่ใช่แค่หน้าจอบอกตำแหน่ง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเล่น คนที่ชอบสังเกตรายละเอียดอาจสนุกกับการจำว่าตรงไหนมีประตูล็อกไว้ หรือจุดไหนมีของที่ยังหยิบไม่ได้ ส่วนคนที่ไม่ถนัดจำทางก็อาจมองหาเกมที่ทำแผนที่ชัดเจนและมีเครื่องหมายช่วยเตือน
ความสามารถใหม่เปลี่ยนวิธีมองโลกในเกมอย่างไร
เกมแอ็กชันหลายเกมให้รางวัลเป็นพลังโจมตีที่สูงขึ้น แต่ใน Metroidvania ความสามารถใหม่มักมีผลกับการเดินทางโดยตรง อาจเป็นท่าการเคลื่อนที่ วิธีผ่านสิ่งกีดขวาง อาวุธ หรือเครื่องมือสำหรับโต้ตอบกับสภาพแวดล้อม เมื่อได้สิ่งเหล่านี้มา ผู้เล่นไม่ได้แค่เก่งขึ้นในเชิงตัวเลข แต่ยังเข้าถึงโลกของเกมได้กว้างกว่าเดิม
ลองนึกถึงการได้กุญแจดอกใหม่มาไว้ในมือ ประตูเดิมที่เคยไม่มีความหมายจะกลายเป็นจุดที่น่าไปลองทันที ต่างกันตรงที่ “กุญแจ” ในเกมแนวนี้อาจเป็นท่ากระโดด การโจมตี หรือความสามารถเฉพาะของตัวละคร จึงมีทั้งความสนุกจากการใช้สกิล และความพอใจจากการเชื่อมโยงสิ่งที่เคยเห็นกับสิ่งที่เพิ่งได้รับ
โครงสร้างแบบนี้ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นเลือกจังหวะของตัวเองได้ คนที่อยากไปต่อเนื้อเรื่องหลักสามารถมุ่งหาเส้นทางสำคัญ ขณะที่คนชอบเก็บรายละเอียดอาจย้อนกลับไปสำรวจซอกมุมต่าง ๆ เพื่อหาอัปเกรดและความลับเพิ่มเติม การกลับไปพื้นที่เดิมจึงมีเป้าหมาย ไม่ใช่การเดินซ้ำเพื่อยืดเวลาเล่น
ต่างจากเกมแอ็กชันเล่นเป็นด่านตรงไหน
เกมแอ็กชันแบบเล่นเป็นด่านมักมีเส้นทางค่อนข้างชัดเจน: ผ่านฉากนี้แล้วไปฉากต่อไป ความท้าทายอยู่ที่การจัดการศัตรูหรืออุปสรรคภายในด่านนั้น ส่วนเกม Metroidvania ให้น้ำหนักกับความสัมพันธ์ของพื้นที่ทั้งแผนที่มากกว่า ทางตันที่เจอในช่วงต้นอาจกลายเป็นคำใบ้ว่าเราจะต้องกลับมาในอนาคต
ไม่ได้หมายความว่าเกมแนวนี้ไม่มีการต่อสู้ ตรงกันข้าม หลายเกมมีศัตรูและบอสเป็นส่วนสำคัญของความก้าวหน้า เพียงแต่การเล่นจะสลับระหว่างสองเรื่องอยู่เสมอ คือคิดว่าจะไปทางไหน และควบคุมตัวละครให้ผ่านสิ่งที่ขวางทางไปได้ บางเกมเน้นโจมตีระยะประชิดและหลบหลีก บางเกมให้ความสำคัญกับอาวุธระยะไกล ปริศนา หรือการเคลื่อนที่อย่างแม่นยำ จึงไม่ควรเหมารวมว่าเกมในหมวดเดียวกันจะเล่นเหมือนกันทั้งหมด
ตัวอย่างที่ช่วยให้เห็นภาพของแนวนี้
Metroid Dread: ได้สกิลแล้วกลับไปเปิดสิ่งที่เคยผ่าน
Metroid Dread แสดงแกนของแนวนี้ได้ชัดเจน ผู้เล่นได้รับความสามารถใหม่ระหว่างทาง แล้วนำไปใช้ค้นหาพื้นที่ที่เข้าถึงไม่ได้ก่อนหน้า รวมถึงอัปเกรดที่ซ่อนอยู่ในบริเวณที่เคยเดินผ่านมาแล้ว
ความสนุกของโครงสร้างลักษณะนี้อยู่ตรงที่สกิลใหม่ทำให้มุมมองต่อแผนที่เปลี่ยนไป จุดเดิมที่เคยเป็นเพียงฉากหลังอาจกลายเป็นเส้นทางที่มีคำตอบอยู่ ผู้เล่นจึงได้ทั้งความรู้สึกว่าตัวละครพัฒนาขึ้น และความพอใจจากการจำรายละเอียดของโลกในเกมได้
Prince of Persia: The Lost Crown: การสำรวจที่มีหลายอย่างให้ตามหา
Prince of Persia: The Lost Crown เป็นอีกตัวอย่างที่ Ubisoft ระบุว่าเป็นเกมแนว Metroidvania โดยให้ผู้เล่นสำรวจ Mount Qaf ซึ่งมีหลายไบโอม ปริศนา สมบัติที่ซ่อนอยู่ และเควสต์
ตัวอย่างนี้สะท้อนว่า Metroidvania ไม่ได้จำเป็นต้องมีบรรยากาศหรือรูปแบบการต่อสู้แบบเดียวกัน สิ่งที่ทำให้มันอยู่ในแนวเดียวกันคือการออกแบบให้สำรวจพื้นที่ที่เชื่อมโยงกัน ค้นพบความลับ และใช้ความสามารถเพื่อไปยังจุดที่เดิมยังเข้าไม่ถึง หากชอบเกมแอ็กชันผจญภัยที่มีทั้งการต่อสู้และสิ่งให้ตามหาในแผนที่ เกมลักษณะนี้น่าจะช่วยให้เห็นภาพของแนวได้ดี
ใครน่าจะสนุกกับเกมแนวนี้
- คนที่ชอบสำรวจ: ถ้าชอบเดินหาทางลับ ตรวจทุกมุม หรือกลับไปเก็บของที่เคยเห็นแต่ยังเอื้อมไม่ถึง โครงสร้างของเกมแนวนี้มักตอบโจทย์
- คนที่ชอบความก้าวหน้าที่จับต้องได้: ความสามารถใหม่ไม่ได้เพิ่มแค่พลัง แต่เปลี่ยนเส้นทางและวิธีเล่น ทำให้รู้สึกถึงการเติบโตของตัวละครชัดเจน
- คนที่ชอบแก้ปัญหาจากการสังเกต: บางครั้งคำตอบไม่ได้อยู่ในบทสนทนายาว ๆ แต่อยู่ในสิ่งกีดขวางหรือทางแยกที่ผู้เล่นเคยเจอมาก่อน
- คนที่รับได้กับการย้อนเส้นทาง: การกลับไปพื้นที่เดิมเป็นธรรมชาติของแนวนี้ หากต้องการเกมที่พาเดินหน้าเป็นเส้นตรงตลอดเวลา อาจรู้สึกไม่เข้าจังหวะ
ส่วนคนที่ไม่ชอบหลงทางหรือรู้สึกหงุดหงิดเมื่อเจอเส้นทางที่ยังผ่านไม่ได้ ก็ไม่ได้แปลว่าเล่นแนวนี้ไม่ได้ เพียงควรเลือกเกมที่มีระบบนำทางชัดเจน มีแผนที่อ่านง่าย และมีจุดบันทึกเหมาะกับจังหวะการเล่นของตัวเอง
มือใหม่เลือกเกม Metroidvania อย่างไรให้เล่นแล้วไม่ฝืน
เริ่มจากสิ่งที่อยากทำระหว่างเล่น
คำว่า Metroidvania บอกโครงสร้างการสำรวจเป็นหลัก ไม่ได้บอกรายละเอียดทุกอย่าง ก่อนเลือก ลองแยกให้ออกว่าชอบอะไรเป็นพิเศษ หากชอบเดินสำรวจและแก้ปริศนา ให้ดูว่าเกมมีแผนที่หลายพื้นที่ มีความลับ หรือมีสิ่งให้ค้นหามากแค่ไหน แต่ถ้ารอคอยการปะทะกับศัตรูมากกว่า ควรดูภาพการเล่นว่าจังหวะโจมตี การหลบหลีก และการสู้กับบอสตรงกับรสนิยมหรือไม่
ตรวจดูความยากและเครื่องมือช่วยนำทาง
ระดับความยากของเกมในแนวนี้ต่างกันมาก บางเกมอาจต้องใช้ความแม่นยำในการควบคุมตัวละคร ขณะที่บางเกมให้ความสำคัญกับการสังเกตแผนที่มากกว่า สำหรับมือใหม่ ระบบอย่างแผนที่ที่ชัด จุดบันทึกที่เข้าถึงสะดวก หรือการบอกเป้าหมายพอประมาณ ช่วยลดความสับสนได้มาก
ควรอ่านรายละเอียดและดูรูปแบบการเล่นของเกมที่สนใจเป็นรายเกม เพราะการติดป้ายว่าเป็น Metroidvania ไม่ได้แปลว่าจะมีความยากหรือสัดส่วนของการต่อสู้เท่ากัน การเลือกจากประสบการณ์ที่อยากได้จะช่วยกว่าการเลือกตามชื่อแนวเพียงอย่างเดียว
คำนึงถึงเวลาที่มีสำหรับเล่น
เกมแนวนี้ให้รางวัลกับการจำสถานที่และสังเกตสิ่งรอบตัว ถ้ามีเวลาเล่นครั้งละไม่มาก เกมที่แบ่งความคืบหน้าเป็นช่วงชัดเจนหรือมีจุดบันทึกดี ๆ อาจเล่นสบายกว่า แต่ถ้ามีเวลาค่อย ๆ สำรวจและสนุกกับการเปิดแผนที่ทีละส่วน เกมที่เน้นความลับและทางแยกมากขึ้นก็อาจเหมาะกว่า
แล้วควรลองหรือไม่
เกม Metroidvania คืออะไร ในมุมของผู้เล่น ก็คือเกมที่ทำให้การสำรวจ ความสามารถใหม่ และความทรงจำเกี่ยวกับแผนที่ทำงานร่วมกัน เมื่อกลับไปยังจุดเดิมแล้วเปิดทางที่เคยปิดอยู่ ความรู้สึกดีไม่ได้มาจากการได้ของรางวัลเท่านั้น แต่มาจากการรู้ว่าตัวเองอ่านโลกของเกมออกมากขึ้นแล้ว
หากชอบเกมแอ็กชันผจญภัยที่เปิดโอกาสให้ค้นพบด้วยตัวเอง และไม่ติดกับการย้อนกลับไปตรวจเส้นทางเก่า ๆ แนวนี้มีสิ่งให้เพลิดเพลินมากพอจะลองเริ่มต้นได้ โดยอาจเลือกเกมที่มีการนำทางและจังหวะการต่อสู้ตรงกับความชอบก่อน แล้วค่อยขยับไปหาเกมที่ท้าทายหรือซับซ้อนขึ้นตามประสบการณ์ของตัวเอง